วิลเลียม โอเนล เจ้าของกลยุทธ์ CANSLIM

ในปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่เริ่มมาให้ความสนใจ การลงทุนหุ้นแนวผสมระหว่างปัจจัยพื้นฐาน และกราฟเทคนิค หากนึกชื่อผู้ที่สำเร็จเป็นที่โด่งดังจากการผสมผสาน 2 เทคนิคคงหนีไม่พ้น “วิลเลียม โอเนล” เจ้าของกลยุทธ์ CANSLIM วันนี้ Mr.LikeStock จะพาเพื่อนๆ มารู้จักเขาคนนี้กัน

ประวัติ

วิลเลียม เจ โอนีล เกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 1933 ที่โอคลา โฮมา และเติบโตในแท็กซัส ในปี 1951 ในวัยเด็กโอนีลศึกษาอยู่ที่โรงเรียนมัธยมวูดโรว์วิลสัน สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี คณะธุรกิจ มหาลัย Southern Methodist ในปี 1955 หลังจากเรียนจบก็รับใช้ชาติทำหน้าที่ในกองทัพอากาศสหรัฐ

เส้นทางอาชีพ

โอนีลเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ Hayden, Stone&Company และเป็นคนแรกๆที่พัฒนากลยุทธ์การลงทุนโดยใช้คอมพิวเตอร์ ในปี 1960 โอนีลได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อที่มหาลัยฮาวาร์ด หลักสูตร Management Development (PMD) จากการวิจัย โอนีลได้สร้างกลยุทธ์ CAN SLIM ในการลงทุนและกลายผู้ที่ทำผลงานดีที่สุดในบริษัท ในระหว่างปี 1962 – 1963 เขาได้พิสูจน์แนวคิดตัวเอง จากเงินเริ่มต้น 5,000 ดอลลาร์ ขึ้นไปเป็น 200,000 ดอลลาร์ หรือคิดเป็น 40 เท่าภายในเวลา 1 ปีจากความสำเร็จ ทำให้โอนีลสามารถซื้อที่นั่งในตลาด NYSE ได้ ตอนอายุ 30 ปี และกลายเป็นบุคคลที่มีอายุน้อยที่สุด ณ เวลานั้น

ในปี 1963 โอนีล ได้ก่อตั้งบริษัท วิลเลียม โอนีล แอด์โค เป็นบริษัทโบรกเกอร์เพื่อทำการวิจัย นำเสนอข้อมูลต่างๆ ของตลาดหุ้น ขายงานวิจัยให้แก่นักลงทุนสถาบัน และมีการติดตามบริษัทกว่า 70,000 แห่งทั่วโลกสิ่งที่โดดเด่นในธุรกิจของเขา คือ การออกหนังสือพิมพ์ Investors’ Day แข่งกับ Wall Street Journal

ในระหว่างทำธุรกิจผลงานการเทรดของเขาก็ไม่ได้ด้อยแม้แต่น้อย ในช่วง 10 ปี ในการทำธุรกิจ โอนีล มีผลกำไรต่อปีเฉลี่ยมากกว่า 40% จากการลงทุนของเขา ในปี 1988 โอนีลได้รวบรวมแนวคิดของเขาออกมาเป็นหนังสือ “How to Make Money in Stocks” ซึ่งได้ความตอบรับดีจากทั่วโลก

แนวคิด CANSLIM โดยตัวอักษรเหล่านี้ย่อมาจาก

C = Current Quarterly Earnings and Sales per Share

กำไรและยอดขายต่อหุ้นไตรมาสปัจจุบันสูง หรือมีการเติบโตมากขึ้น

– กำไรต่อหุ้นประจำไตรมาสจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20-50 % เมื่อคิดแบบปีต่อปี

A = Annual Earning Increases

กำไรประจำปีที่เพิ่มขึ้น

– กำไรในปัจจุบันและย้อนหลัง 5 ปีของบริษัทเหนือกว่าบริษัทอื่น ๆ อีก 95% ที่เหลือ

N = Newer Companies, New Products etc

มีเรื่องราวใหม่ๆ

– เรื่องใหม่อาจจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการแบบใหม่

การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม หรือทีมบริหารใหม่

S = Supply and Demand

ปริมาณหุ้นที่มีอยู่ในตลาด

– หุ้นขนาดกลางเล็กที่มีจำนวนหุ้นหมุนเวียนในตลาดหุ้นที่สูง เพราะราคาถูกขับเคลื่อนได้ง่าย

L = Leader of Laggard

หุ้นผู้นำ หรือผู้ตาม

– เลือกซื้อหุ้นผู้นำตลาด หุ้นนำตลาดคือหุ้นที่เป็นขาขึ้น ก่อนตลาด

I = Institutional Sponsorship

การสนับสนุนจากสถาบัน

– ผู้ซื้อกลุ่มสถาบันเป็นแหล่งของอุปสงค์ที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้น

หุ้นที่เป็นผู้นำตลาดมักจะมีสถาบันให้การหนุนหลังอยู่

M = Market Direction

ทิศทางตลาด

– คุณจะต้องอยู่ในทิศทางเดียวกับตลาด โดยศึกษาพฤติกรรมราคาและปริมาณการซื้อขายของดัชนี

Mr.LikeStock หวังว่าเพื่อนๆ มีมุมมองในการลงทุนกว้างขึ้น จากประวัติวิลเลียม โอนีล แม้วิธีการลงทุนเขาไม่เหมือนนักลงทุน VI ก็สามารถประสบความสำเร็จได้จากการที่เขาทุ่มเทวิจัยจนได้แนวทางที่เขาเชื่อ และเขาถนัด

▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬

🎁 แอด Line มีของแจก ฟรี!!!

Line id : @MrStock

📱 Line : https://MrStock.me/line( คลิก ที่ลิ้งก์เพื่อแอดเพื่อนได้เลย)

🎯 คอร์ส หุ้น vi มือใหม่ ง่ายกว่าอ่านเอง รับประกัน 🙏🙏🙏

✅https://MrStock.me/vi/