NSL เมนูอาหารเช้า ใน 7-ELEVEN ที่กำลังจะเข้ามา IPO

หุ้น NSL หรือที่รู้จักกันใน เมนูอาหารเช้าของ 7-ELEVEN แต่ทุกคนรู้ไหมคะ ว่าบริษัทไหนที่รับจ้างผลิตอาหารเช้าส่งให้กับ 7-ELEVEN นั่นก็คือ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) โดยเมนูอาหารเช้าที่กำลังได้รับค่านิยม ได้แก่ แซนวิชแฮมชีส ครัวซองแฮมชีส อาหารรองท้องต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นสินค้าที่ผลิตจากบริษัท

ทราบกันไหมคะว่าบริษัทยังมีสินค้าขนมขบเคี้ยว และอาหารแช่แข็งด้วย ถึงจะเป็นสัดส่วนที่น้อยเพราะบริษัทมีการรับจ้างให้กับ 7-ELEVEN เป็นสัดส่วนรายได้ถึง 99.8% แต่บริษัทก็มีแผนในการปรับกลยุทธ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจด้วย มาดูกันว่า การเข้ามา IPO ในครั้งนี้บริษัทจะน่าสนใจอย่างไร

หุ้น NSL
หุ้น NSL

การเข้ามา IPO ของหุ้น NSL มีจำนวนกี่หุ้น

โดยการที่จะมาระดมเงินทุนในการขายหุ้นครั้งนี้ เป็นจำนวน 75 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25% ซึ่งจะทำให้มีหุ้นทั้งหมดอยู่ทั้งหมด 300 ล้านหุ้น

วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน

  • ทางบริษัทมีแผนการขยายกำลังการผลิต เพื่อเพิ่มสายผลิตในสินค้าใหม่ ๆ โดยจะลงทุนก่อสร้างโรงงานและเครื่องจักรใหม่
  • เพื่อสำหรับจ่ายคืนหนี้ เนื่องจากบริษัทมีเงินกู้ระยะยาวอยู่จำนวน 411 ล้าน
  • เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ

การวิเคราะห์เชิงคุณภาพ               

เป็นธุรกิจที่รับจ้างผลิตสินค้าให้กับ 7-ELEVENเป็นสัดส่วนรายได้หลักถึง 99%ซึ่งข้อดี คือ จะทำให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น และสามารถเติบโตตามสาขาใน 7-ELEVEN ที่มีอยู่ ถ้าสินค้าติดตลาดจะทำให้บริษัทสามารถเพิ่มสินค้าใหม่ ๆ ต่อไปได้ง่ายขึ้น แต่เนื่องจาก สินค้าเป็นการรับจ้างผลิต ที่มีการพึ่งพิงกับลูกค้ารายใหญ่มากเกินไป และยังส่งผลให้ตัวอัตรากำไรสุทธิที่ต่ำ เพราะไม่มีอำนาจในการต่อรองกับลูกค้า

หุ้น NSL
หุ้น NSL

การวิเคราะห์เชิงปริมาณ

ปี 2560 รายได้ 3,017 ล้านบาท กำไรสุทธิ 56.5 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 11.18% อัตรากำไรสุทธิ 1.87%

ปี 2561 รายได้ 3,137 ล้านบาท กำไรสุทธิ 79.2 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 12.84% อัตรากำไรสุทธิ 2.52%

ปี 2562 รายได้ 3,337 ล้านบาท กำไรสุทธิ  156.3 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 15.00% อัตรากำไรสุทธิ 4.68%

ปี 2563(9 เดือน) รายได้ 2,168 ล้านบาท กำไรสุทธิ 110.8 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 15.83% อัตรากำไรสุทธิ 5.11%

จากงบการเงินจะทำให้เราคาดการณ์ได้ว่า ในงบไตรมาส 4 อาจมีกำไรใกล้เคียงเดิม จากในไตรมาสที่ผ่านมาในปี 2563 ถ้าเป็นเช่นนั้นจะส่งผลทำให้ กำไรทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 147 ล้านบาท ถ้าหารด้วยจำนวนหุ้นที่ออกมาแล้ว จะทำให้กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.49 บาท ซึ่งนี่เป็นการประมาณกำไรคร่าว ๆเพื่อให้สามารถประเมินมูลค่าหุ้นได้เท่านั้น

ที่กล่าวมาอาจจะมองไม่เห็นภาพ เราลองมาเปรียบเทียบกับธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน หรือมีการพึ่งพิงกับลูกค้ารายใหญ่รายเดียวกันอย่าง บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ที่จดอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ในชื่อตัวย่อ คือ TACC

หุ้น NSL
หุ้น TACC

ทำธุรกิจขายเครื่องดื่มใน 7-ELEVEN หรือทุกคนเห็นเป็น All Cafe นั่นเอง ซึ่งมีการผลิตและขายสินค้าให้กับกลุ่ม CPALL เช่นกัน แต่อาจจะมีจุดแตกต่างกันที่ความสามารถในการทำกำไรของหุ้น TACC อาจจะสูงกว่ากัน ตัวอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 14.29% เนื่องจากอาจจะเป็นการขายเครื่องดื่มที่มีต้นทุนที่ถูกกว่าการทำอาหารเช้า

หุ้น TACC

ยอดขาย 1,314.74 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 33.87% อัตรากำไรสุทธิ 14.29% Market cap 4,590 ล้านบาท P/E 24.37 P/BV 6.35

มูลค่าหุ้นทางบัญชี = 1.19

หมายเหตุ ข้อมูล ณ วันที่ 17/04/2021

จากข้อมูลหุ้น TACC คร่าว ๆ แล้ว อาจจะช่วยทำให้เราตัดสินใจการประเมินมูลค่าหุ้นได้บ้าง และอีกหนึ่งเรื่องที่อาจจะช่วยในการตัดสินใจของนักลงทุน คือ มูลค่าหุ้นทางบัญชีของ หุ้น NSL อยู่ที่ 2.84 บาท

โครงการในอนาคต

เนื่องจากบริษัทมีแผนในการขยายกำลังการผลิตในผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผลิตภัณฑ์นั้นจะเป็นพวก

  • อาหารแช่แข็งพร้อมทาน เช่น ซุป
  • อาหารพร้อมรับประทาน เช่น แกงหรือกับข้าวต่าง ๆ
  • อาหารกึ่งพร้อมรับประทาน เช่น โจ๊กคัพ ซุป เมื่อเติมน้ำไปก็จะรับประทานได้เลย

โดยโครงการดังกล่าว ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเริ่มได้เมื่อไร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และกำลังการผลิตที่เหลือ แต่ถ้าจะก่อสร้างจะมีระยะ 1 ปี และใช้งบลงทุน 350 ล้านบาท จะช่วยเสริมรายได้สูงสุด 1,200 ล้านต่อปี ซึ่งมีช่องทางจัดจำหน่ายเป็น Modern Trade

ปัจจัยความเสี่ยง หุ้น NSL

ทางบริษัทมีการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่อย่าง 7-ELEVEN เป็นสัดส่วนที่สูงมากหรือเกือบทั้งบริษัทเลยก็ว่าได้ และเป็นการที่ตกลงกับ 7-ELEVEN ที่จะผลิตสินค้าให้กับ CPALL แต่เพียงผู้เดียว และมีการเซ็นสัญญาผลิตสินค้าให้กับ 7-ELEVEN ถึง วันที่ 18 ธันวาคม 2567 ณ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาขยายอายุสัญญาออกไปอีก

ตัวอัตรากำไรสุทธิค่อนข้างน้อย มีความเสี่ยง ถ้าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร หรือ ต้นทุนวัตถุดิบขึ้นราคา อาจจะส่งผลกระทบกับตัวบริษัทอย่างมาก เพราะบริษัทไม่มีอำนาจในการไปต่อรองให้ขึ้นราคาสินค้าได้ และด้วยฐานอัตรากำไรสุทธิที่ต่ำอาจทำให้บริษัทขาดทุนได้

การลดความเสี่ยงของบริษัท

ทางบริษัทมีแผนลดการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ โดยมีการตั้งเป้ากระจายสัดส่วนรายได้ให้มีการขายสินค้าให้กับ 7-ELEVEN 70% และรายได้จากแหล่งอื่น ๆ เช่น ขนมขบเคี้ยว และอาหารแช่แข็ง ให้มีสัดส่วนรายได้ 30%  ภายใน 5 ปี และยังจะเพิ่มช่องทางการขายสำหรับขนมขบเคี้ยวและสินค้าเบเกอรี่ไปยังที่อื่นที่ไม่ใช่ 7-ELEVEN

หุ้น NSL
หุ้น NSL

*บทความนี้ไม่ได้เป็นการชี้นำหุ้นแต่อย่างใด เป็นเพียงแค่การแชร์มุมมองจากข้อเท็จจริงเท่านั้น นักลงทุนโปรดใช้วิจารณญาณ

แอด Line มีของแจก ฟรี!!!

Line id : @MrStock
📱 Line : https://MrStock.me/line/
( คลิก ที่ลิ้งค์เพื่อแอดเพื่อนได้เลย)

Admin Tanyanan

ที่มา https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=306820

ที่มาภาพปก https://nslfoods.com/