จำนวนหุ้นที่ชนะ ? – The Capitalism Distribution

สำหรับการลงทุนแล้ว เรามักจะเทียบผลตอบแทนกับ ดัชนีตลาด ว่าหุ้นที่เราลงทุนนั้น ชนะ หรือ แพ้ ตลาด โดยทั่วไปแล้วตลาดจะให้ผลตอบแทนในระยะยาวประมาณ 12%

ภาพ : ผลตอบแทนระยะยาวในตลาด US

แต่จะมีหุ้นสักกี่ตัวที่ให้ผลตอบแทนเหนือกว่า ตลาด มาลองดูกันครับ

มี Paper ที่ได้อธิบายถึงการทดสอบผลตอบแทนของหุ้นรายตัวในหุ้น U.S. ตลาด NYSE, AMEX, NASDAQ ตั้งแต่ปี 1983 – 2007 จำนวน 8,000 กว่าตัว โดยจะเทียบกับ Russell 3000 index (index ที่วัดจากหุ้น Top 3000 ตัวใน U.S.)

ให้ผลดังนี้

ภาพ : Total Lifetime Returns for individual U.S. stocks

จากภาพจะเห็นว่า

  • 39% ของหุ้นทั้งหมด (2 ใน 5) ให้ผลตอบแทนติดลบมาโดยตลอด
  • 18.5% ของหุ้นทั้งหมด (เกือบ 1 ใน 5) ให้ผลตอบแทน -75%
  • 64% (2 ใน 3) แพ้ตลาด (แพ้ Russell 3000 index)
  • แต่ก็มีส่วนน้อย (เกือบ 1 ใน 5) ที่ชนะตลาดอย่างสวยหรู

ดูข้อมูลประกอบเพิ่มอีกนิด แล้วผมค่อยสรุป

ภาพ : ผลตอบแทนหุ้นรายตัวเทียบกับ Index (Russell 3000 index)

จะเห็นว่า

  • มีหุ้นถึง 2/3 ของทั้งหมดที่แพ้ index
  • จะมีผู้ชนะเพียงแค่ 1/3 เท่านั้น
  • และมีเพียง 6.1% ที่ให้ผลตอบแทนถึง 5 เด้ง

ภาพ : ผลตอบแทนรายปีเทียบกับ Index (Russell 3000 index)

ก็ให้ผลเช่นเดียวกัน คือ

  • หุ้นจำนวน 2/3 ของทั้งหมดที่แพ้ index
  • จะมีผู้ชนะเพียงแค่ 1/3

ภาพ : รวมผลตอบแทนของหุ้นทั้งหมด

ถ้าจะแบ่งหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดี และ หุ้นที่ให้ผลตอบแทนแย่ จะเห็นว่า

สัมมนาอ่านงบการเงิน

หุ้นที่ให้ผลตอบแทนแย่ 75% ของทั้งหมด ผลตอบแทนรวม = 0

แต่หุ้นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนดี 25% ของทั้งหมด กลับได้กำไรเป็นส่วนใหญ่ของตลาด

ก็คล้าย กฏของพาเรโต 80 : 20 นั่นแหละครับ

สรุป แบบง่าย ๆ ได้ดังนี้

หุ้นในตลาดทั้งหมด

  • มี 2/3 แพ้ตลาด

  • มี 1/3 ชนะตลาด

  • มี 1/4 คือ กำไรส่วนใหญ่ของตลาด

  • มี 1/16 ได้กำไรแบบเปลี่ยนชีวิต

 

ดูเปเปอร์นี้เพิ่มเติมได้ที่

http://www.theivyportfolio.com/wp-content/uploads/2008/12/thecapitalismdistribution.pdf

ถ้าจะลงทุนให้เปลี่ยนชีวิตได้นั้นต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อหา 1/16 นั้นให้ได้ แต่ถ้าจะลงทุนให้รอด port เติบโตในระยะยาว เลือกหุ้นที่อยู่กลุ่ม 1/3 ที่ชนะตลาด ก็รอดแล้วครับ ส่วนที่เหลือ 2/3 ที่แพ้ตลาดปล่อยมันไปเถอะ ห่าง ๆ ไว้ดีกว่าครับ > <

วิธีที่จะไม่ไปอยู่ ใน 2/3 หุ้นที่แพ้ตลาด

ก็ต้องศึกษาปัจจัยพื้นฐานประกอบ หุ้นดี มีอนาคต งบการเงินแข็งแกร่ง ยิ่งถ้างบดีด้วย จะช่วยได้เยอะ ห่างไกลจากการขาดทุนแน่นอนครับ

Mr.LikeStock